Font Size

Text Size

ไทยโพสต์ออนไลน์:::: ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ เส้นทางประเทศไทย ประชาชนคือผู้กำกับ

Recommend Print

  • เขียนโดย Thaireform
  • วันจันทร์ที่ 04 กรกฏาคม 2011 เวลา 13:26 น.
SHARE STORE:
Digg
 

29 มิถุนายน 2554

นับจากวันนี้ก็เหลือแค่ 4 วัน ความวุ่นวายทางการเมืองว่าด้วยโหมดเลือกตั้งก็คงจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นความชุลมุนในหัวข้อ “รัฐบาลชุดใหม่” หลังการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554
นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย จะได้ผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์หรือว่ามีการพลิกผันแบบไม่คาดฝัน  ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยทั้งนั้นแหละครับ  แต่จะมากบ้างน้อยบ้างก็คงต้องดูกันต่อไป
แต่อย่างไรเสีย ผมเห็นด้วยกับทุกฝ่ายว่า อิทธิพล อำนาจนอกระบบไม่อาจนำพาประเทศชาติให้ก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง เหมือนกับที่ประธานสมัชชาปฏิรูป ศ.นพ.ประเวศ  วะสี กล่าวว่า “ปัญหาของประเทศแก้ไม่ได้ด้วยการยิงปืน” ในระหว่างการร่วมเสวนากับประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยกับการรับผิดชอบต่อสังคม: มุมมองของประธานสมัชชาปฏิรูป” เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นแหละ
อย่าทำให้ประเทศชาติต้องเสียเวลา กับการถอยหลังเข้าคลองอีกเลยครับ!
ใครคือผู้ชนะการเลือกตั้ง  ไม่น่าจะสำคัญเท่ากับว่า ผู้ที่จะเข้าไปบริหารบ้านเมืองนั้น จะนำพาประเทศชาติไปสู่เส้นทางแห่งความมีชัย  หรือจะดึงอดีตมาทำลายอนาคตจนกลายเป็นความพ่ายแพ้ของคนไทยทั้งชาติไปในที่สุด
จนถึงเวลานี้  เราจะมาหัวเสียเอากับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่ไม่ใส่ใจต่อนโยบายการปฏิรูปประเทศ  จนหลายฝ่ายเริ่มเกิดอาการกลัดกลุ้มเหมือนคนไทยได้ดูหนังม้วนเก่าเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนั้น ผมเห็นว่า ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ  เราต้องเตือนสติตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด ตามที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เทศน์สั่งสอนพุทธสาวกไว้  มิเช่นนั้น ความกลัดกลุ้ม  กังวล จะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย จนถึงหมดกำลังใจไปในที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาวะ และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครับ
การเลือกตั้ง และผลการเลือกตั้ง เป็นแค่ภาคหนึ่งของกระบวนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  ไม่ได้หมายถึงการตัดสินชี้ขาดประเทศไทยว่าต้องเดินไปตามสีนั้นสีนี้หรอกครับ  ตราบเท่าที่ทุกภาคส่วนมีจิตสำนึกอยู่เสมอว่า ประเทศไทยเป็นของเราทุกคนที่เราต้องช่วยกันเขียนและวาดอนาคต เพราะไม่มีรัฐบาลไหนบริหารบ้านเมืองได้โดยปราศจากความร่วมมือจากประชาชน
ตอกย้ำให้เข้าใจพ้องกันว่า  เราเลือกรัฐบาลเพื่อมาบริหารประเทศแน่นอน   แต่ไม่มีรัฐบาลชุดไหน จะบริหารประเทศตามอำเภอใจได้  หากไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของประเทศ  ถึงแม้จะได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งก็ตาม
พลังของมวลชนจะเป็นทั้งผู้กำหนด กำกับ และตรวจสอบการบริหารประเทศของทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครับ ไม่ว่าผู้นำจะเป็นหญิงหรือชาย  เท่าเทียมกันทุกเพศ..ขอรับ
ผมยังมั่นใจว่า เมื่อสิ้นสุดเทศกาลเลือกตั้ง   หน้าตาของรัฐบาลชัดเจนแล้ว พิมพ์เขียวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ต้องมีการนำออกมาจากลิ้นชักในทำเนียบรัฐบาลแน่นอน เพราะเป็นที่สรุปแล้วว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง หากต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืน  ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ และพร้อมด้วยปัญญาและความเสียสละทำการบ้าน รอให้ทุกฝ่ายนำไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอยู่แล้ว
ส่งท้ายสัปดาห์นี้ ผมขอเปิดพื้นที่ให้กับจดหมายจาก “ครูน้อย” ที่ส่งผ่านมาทางเมล์หน่อยครับ อย่างน้อยก็เป็นการเติมกำลังใจกันและกันได้ ท่ามกลางความสับสนและกังวลในสังคมไทยที่ยังต้องพยายามกันต่อไป
…ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ดิฉันไม่ใช่คนมีการศึกษาสูง ไม่ได้เป็นนักวิชาการ นักคิดวิเคราะห์ หรือนักวิจารณ์ แต่ดิฉันเป็นครูตัวเล็กที่ชอบอ่านแล้วคิดตามค่ะ บางครั้งก็คิดตามไม่ค่อยทัน แต่ก็ไม่หยุดที่จะคิด   ดิฉันจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการนำพาประเทศชาติหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ...
เพราะการที่คุณพยายามให้กำลังใจสังคมไทยรวมทั้ง(ปลอบ) ตัวเองอยู่เสมอในคอลัมน์นี้ว่า ประชาชนมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ขอแต่อย่าเพิ่งรีบ(ตาย)ไปเสียก่อนนั้น  ทำให้ดิฉันต้องไปค้นหามาอ่านเกี่ยวกับแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้กับตัวเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อดิฉันเป็นครูบาอาจารย์  แล้วดิฉันก็พบว่า สภาที่ปรึกษาและเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เคยนำเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2553 ถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง โดยหนึ่งในความเห็นนั้นที่น่าสนใจคือ การปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยต้องมีศาสนาเป็นรากฐาน คุณธรรมจะต้องนำความรู้
คงเป็นเพราะเราสนใจแต่ระบบการศึกษาที่จะแข่งกันเข้าไปเรียนในสถาบันการศึกษาชื่อดัง ใช่ไหมคะ ทำให้เยาวชนไทยทุกวันนี้ เห็นคนเก่งแต่ไม่ซื่อสัตย์เป็นเรื่องยอมรับได้ เสร็จแล้วเราก็ต้องมาตามแก้ปัญหามะเร็งร้ายคอรัปชั่นกันแบบไม่รู้จบ
ดิฉันขออนุญาตเขียนมาสนับสนุนคุณใฝ่ฝันจะปฏิรูปสั้นๆแบบนี้ และขอยกมือร่วมด้วยช่วยสานฝันนี้ให้เป็นจริงค่ะ โดยดิฉันก็พยายามเริ่มจากห้องเรียนน้อยๆของดิฉัน ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆแล้วไม่ทำอะไร เอาแต่บ่นอย่างเดียว ..จริงไหมคะ ...อ้อ ..ดิฉันไปเลือกตั้งแน่ ถึงแม้ยังมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากเดิมนักก็ตาม.....ด้วยความเคารพและสนับสนุนอย่างเต็มที่...ครูน้อย.   

นายใฝ่ฝัน  ปฏิรูป


สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ยืมเงิน