Font Size

Text Size

ไทยโพสต์ออนไลน์ :::: ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ปรองดองปฏิรูปประเทศ การบ้านถึงรัฐบาลใหม่

Recommend Print

  • เขียนโดย Thaireform
  • วันจันทร์ที่ 11 กรกฏาคม 2011 เวลา 12:51 น.
SHARE STORE:
Digg
 

7 กรกฎาคม 2554

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ไม่ว่าจะถูกใจหรือทำให้ใครเครียดมากน้อยเพียงใด  ด้วยเหตุผลที่ “คนที่รักไม่ได้ คนที่ใช่ไม่มา”  หรือไม่อย่างไรก็ตาม  ดูเหมือนปฏิเสธไม่ได้ว่า จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้ลูกหลานได้ท่องจำ หรือเล่าสู่กันฟังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเปิดศักราชใหม่บนถนนการเมืองเพราะประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีเป็น “ผู้หญิง”  คนแรก ส่วนความเป็นผู้นำฝ่ายบริหารที่เป็นอิสตรีคนแรกนี้ จะได้รับการกล่าวขานว่า ความสามารถก้าวพ้นวิถีทางเพศหรือไม่อย่างไรนั้น  จากวันนี้คงต้องรอดูกันต่อไป…ขอรับ

ผมคนหนึ่ง...ที่รักและเคารพในกติกาประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นหนทางหาข้อยุติในการเลือกฝ่าย คือ ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายค้าน  บอกตามตรงว่าไม่รู้สึกแปลกใจกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา  แต่ในทางตรงกันข้าม กลับคาดหวังอยู่ลึกๆว่า  พรรคการเมืองที่ชูนโยบายการปรองดองในการหาเสียงเมื่อได้เสียงที่นั่งในสภามากที่สุด  จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้  น่าจะช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้กลับคืนสู่ความปกติหรือสงบสุขได้ไม่ช้าไม่เร็ว

ที่สำคัญผมเห็นด้วยกับแง่คิดของ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์  ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ “แทบลอยด์” ไทยโพสต์เมื่ออาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า  “การให้อภัยนั้น  “เหยื่อ” จะต้องเป็นผู้ให้อภัย ไม่ใช่คนที่อยู่ในระบบพรรคการเมือง”  เช่นเดียวกับการปรองดอง การนิรโทษกรรม มันตกลงกันไม่ได้โดยกลุ่มอำนาจ”

...ดังนั้นการที่กลุ่มประชาชนผู้นิยมพรรคเพื่อไทยรู้สึกว่าตนเองเป็น “เหยื่อ” สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในอดีต  สามารถได้คนที่ถูกใจมาบริหารบ้านเมือง  ..ผมก็อยากจะเห็นการปรองดองในมุมของคนที่คิดว่าตัวเองเป็น “เหยื่อ”  ว่าจะมีข้อเสนอและทางออกอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม  แม้วิธีการปรองดองของพรรคเพื่อไทยที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล  อาจจะยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก   ผมก็อยากจะฝากให้ลองนำพิมพ์เขียวข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศร่วมกับคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศมาศึกษาทำการบ้านไว้ล่วงหน้า

เพราะการปรองดองด้วยการปฏิรูปประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ควรรีบกระทำอย่างต่อเนื่องเป็นที่สุด

คุณยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ว่าที่นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย กล่าวทุกเวทีนี่นาว่า สิ่งแรกที่จะทำคือแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประชาชน รวมทั้งการเดินเข้าหาทุกฝ่ายเพื่อการปรองดอง  แล้วเหตุใดเล่าจะไม่ลองหยิบพิมพ์เขียวหรือข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมาเปิดดู  ในเมื่อเราทุกคนรับรู้อยู่แล้วว่า ประเทศไทยวิกฤตสุดๆในทุกๆทาง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม  เกิดปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง  เกิดคำถามของการเลือกปฏิบัติและความเหลื่อมล้ำ  และทุกฝ่ายก็มีประสบการณ์ร่วมแล้วว่า การใช้อำนาจปฏิวัติรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งนั้น ไม่สามารถทำให้ประเทศก้าวพ้นปัญหาวิกฤตต่างๆได้เลย

ผมยืนยันว่า  ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปประเทศไทย ไม่มีเรื่องของสี  เรื่องของพรรค  เรื่องของพวก หรือเรื่องของชนชั้นมาเป็นข้ออ้างที่ฝ่ายบริหารบ้านเมืองจะปฏิเสธไม่หยิบไปใช้  เพราะมันเป็นหนทางนำประเทศไปสู่ความยั่งยืนและมีสุขภาวะอย่างถ้วนทั่วหน้า  บนพื้นฐานจากความต้องการของประชาชนที่มีการรวบรวม ศึกษา  วิจัยอย่างเป็นระบบ กว้างขวางโดยทุกฝ่ายมาระดมสมองร่วมกัน ไม่ใช่เป็นแผนที่เขียนขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วสั่งการให้ลงมือกระทำอย่างแน่นอน

หากมีความจริงใจในการนำพาประเทศชาติสู่ชีวิตที่ดีกว่า  ผู้นำคนใหม่คงไม่เกี่ยงว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศนั้น  ใครเป็นต้นคิดหรือต้นเรื่อง

อย่างน้อยที่สุด  บนพื้นฐานความคิดที่ว่า การปฏิรูปประเทศจะประสบความสำเร็จได้  คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันโดยเริ่มจากการปฏิรูปจิตสำนึกของความรักและสามัคคีในการอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ดีกว่า  ก็น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่า  หากจะเริ่มต้นศักราชใหม่ของประเทศไทย ก็ต้องไม่ลืมแนวทางปฏิรูปประเทศ..จริงไหมครับ

ข้อเสนอ 9 ข้อที่ผู้รู้  ผู้ทรงคุณวุฒิ  และผู้เป็นห่วงใยบ้านเมืองอย่างจริงใจและเสียสละได้ทำการบ้านไว้ให้ล่วงหน้านั้นก็ได้แก่ การปฏิรูปจิตสำนึกของคนไทย  เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละ  หากคนในชาติไม่มีความรู้สึกร่วม การกระทำสิ่งใดก็ยากจะสำเร็จ    การปฏิรูปทิศทางประเทศสู่การอยู่ร่วมกัน ประสบการณ์ความขัดแย้งในบ้านเมืองเป็นสิ่งสะท้อนอยู่แล้วว่า เราควรจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อลบล้างความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม  การปฏิรูปการบริหารประเทศ  ประเด็นปัญหานี้เป็นที่ยอมรับแล้วว่าการรวมศูนย์อำนาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย และถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยน  การปฏิรูปจัดการทรัพยากร  มีรายละเอียดที่ท้าทายมากมายเพราะเป็นเรื่องของการปฏิรูปที่ดิน ระบบภาษี และระบบการเงินการคลัง  การปฏิรูประบบความยุติธรรม คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นหัวข้อใหญ่ใจความในความรู้สึกของว่าที่นายกฯหญิงคนใหม่ไม่น้อยไปกว่าชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับความไม่เท่าเทียมในกระบวนการเหล่านี้

นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาอม ตะอย่างการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปการสื่อสารและการปฏิรูปอำนาจรัฐ

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน หากอยากเห็นประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ก็มองข้ามประเด็นเหล่านี้ไม่ได้แน่นอน

ฉะนั้น  ผมมีแง่คิดที่อยากนำเสนอว่า การปรองดองที่ยังไม่ชัดเจน ก็เริ่มต้นเสียด้วยการนำนโยบายการปฏิรูปประเทศไทยของรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้เป็นจริงสิครับ  เพราะมันจะหมายถึงข้อพิสูจน์ความปรองดองที่มีผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง  ไม่ใช่ปรองดองเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง...รับรอง

 

นายใฝ่ฝัน  ปฏิรูป


สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ยืมเงิน