Font Size

Text Size
ปฏิรูปฯในสื่อต่างๆ

ไทยโพสต์ออนไลน์ :::: ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ติดอาวุธทางปัญญา พัฒนาการเมืองไทย

Recommend Print

  • เขียนโดย Thaireform
  • วันศุกร์ที่ 06 พฤษภาคม 2011 เวลา 11:17 น.
SHARE STORE:
Digg
 

5 พฤษภาคม 2554

      วันนี้เป็นวันมหามงคล “ฉัตรมงคล” เวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งครา ในฐานะของพสกนิกรชาวไทยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคนชอบเสื้อสีอะไรก็ตาม สมควรต้องระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ พลอดุลยเดช ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุด มิได้มาเป็นเวลานาน นับจากปีที่ทรงบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์เมื่อพุทธศักราช 2493

     "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

     คือประโยคทองที่ “ในหลวง” รับสั่งหรือมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรในวันฉัตรมงคลย้อนหลังไป 61 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งคนไทยทุกคนก็ตระหนักรู้อยู่แก่ใจและเห็นกับตามาอย่างต่อเนื่องแล้วว่า “ในหลวง” ทรงรักษาคำพูดทุกประการ และไม่เคยทรงทอดทิ้งประชาชนของท่านแม้แต่วันเดียวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอน..ในอนาคตก็คงไม่เปลี่ยนแปลง

     ฉะนั้น นอกจากระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้แล้ว  เราคนไทยก็น่าจะปลุกสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอนโดยทางใดทางหนึ่งไม่มากก็น้อย  ตามแต่กำลังและความสามารถ  ซึ่งไม่ใช่เพียงเท่ากับตอบแทนบุญคุณแก่แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้เท่า นั้น  แต่ยังมองข้ามความจริงมิได้ว่า  ประเทศเจริญ  สังคมดี  พวกเราก็อยู่เย็นเป็นสุข

     โดยเฉพาะ..ในวาระที่รัฐบาลได้คืนอำนาจให้กับประชาชนอีกครั้ง โดยกำหนดยุบสภาในวันพรุ่งนี้หรือ 6 พฤษภาคม 2554  นับเป็นโอกาสทองที่เราจะช่วยกันคิดช่วยกันทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่เส้นทาง ที่พึงปรารถนาได้  ด้วยการใช้อำนาจในมือหรือสิทธิในการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ให้มีประสิทธิภาพสูง สุด ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง  ไม่ใช่แค่ไปแสดงสิทธิ์เลือกตั้ง ตามหน้าที่พลเมืองไทย  โดยปราศจากข้อมูลและจิตสำนึกว่า  เราต้องช่วยกันส่งเสริมคนดีเข้าสภา และกำจัดคนชั่วออกไปให้พ้นสนามการเมือง

     ผมขอเสนอแนะว่า ภาคพลเมืองต้องติดอาวุธทางปัญญา หากต้องการเห็นการเมืองไทยพัฒนาไปสู่อนาคตที่ดีกว่า หรือหนีห่างจากระบบการเมืองน้ำเน่า

     การติดอาวุธทางปัญญา ว่าไปแล้วเป็นองคพายพหนึ่งในหัวใจของการปฏิรูปประเทศไทยนะครับ เพราะถ้าคนในสังคมใดๆก็ตาม ขาดปัญญาก็ย่อมตกเป็น “เหยื่อ” ของกลุ่มคนที่ฉลาดกว่า

     สังคมเบาปัญญา (ไม่ใช่ปัญญาอ่อนนะครับ) ง่ายต่อการถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือถูกนำมาอ้างเป็นความชอบธรรมให้กับนักการ เมืองมาแทบทุกยุคทุกสมัย

     ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปประเทศไทย ทำไม?!?เราจะไม่หยิบยืมโอกาสนี้มาเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยให้เข้ารูปเข้ารอย โดยการพิจารณา “นโยบาย” ของแต่ละพรรคการเมือง ละเลิกเสียทีเถิดครับกับการยึดเอาตัวบุคคลเป็นสรณะ

     พิจารณาง่ายๆไม่ต้องซับซ้อน  นโยบายพรรคการเมืองใดตอบสนองแก่ชุมชนหรือสังคมของเราในระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายฝัน  เราก็สมควรต้องกากบาทไว้ในใจ แล้วศึกษาหาข้อมูลแวดล้อมเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครที่อาสาเข้าไปทำงานในสภานั้น มีประวัติความเป็นมาที่ดีมากน้อยเพียงใด หรือเป็นแค่ “ตัวแทน” ประเภทนอมินีทางการเมืองเท่านั้น

     ใครที่จะยึดฐานข้อเสนอหรือข้อสรุปของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้จัดรวบรวมความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วนมอบให้กับรัฐบาลเพื่อการ ปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นจริง สนองตอบต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  เพื่อเป็น “แม่แบบ”   ตรวจสอบนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองว่าเหมือนหรือใกล้เคียงกับนโยบายการ ปฏิรูปหรือเปล่านั้น ก็ถือเป็นอาวุธทางปัญญาอย่างหนึ่งที่จะไปต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ในฐานะผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครับ

     การอ่านข่าว หรือติดตามไปฟังงานเสวนา ชำแหละ แจกแจงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ก็เป็นวิธีทางสร้างปัญญาได้อย่างดีเช่นกัน

     แต่ถ้าใครอยากเดินทางลัด ตัดตอน แต่สามารถรู้ถึงปูมนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆได้เลย โดยไม่ต้องสงสัยว่า มันเป็นพวกใครนั้น ผมอยากให้ลองคลิกไปที่ www.tpd.in.th    ครับ เพราะเป็นช่องทางที่ส่งเสริมการเลือกตัวแทนเข้าไปใช้อำนาจของเราอย่างมี ปัญญา  มีเหตุมีผล ไม่ใช่แค่เห็นหน้าแล้วรู้จัก หรือเลือกตามที่เขาจ้างวานเท่านั้น

     เท่าที่ผมทราบ เว็บไซต์ทำนองแบบนี้ มีแพร่หลายและดำเนินกันมานานในประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนาอย่างเสรีทั้งใน ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ อาทิ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างไม่อ้อมแอ้ม หรือฉาบฉวย และดูเหมือนว่า หลายประเทศในเอเซียก็ลอกเลียนวิธีการแบบนี้มาเพื่อการพัฒนาการเมืองในบ้าน เขาเช่นกัน

     ฐานข้อมูลประเภท Social Network  คืออาวุธทางปัญญาในยุคปัจจุบันที่เราไม่ควรมองข้าม  เฉกเช่นเดียวกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ที่น่าจะต้องตัดสินใจแล้วว่า เราจะปล่อยให้วัฒนธรรมประเพณีการใช้สิทธิเลือกตั้งแบบเดิมๆมากำหนดชะตากรรม ของประเทศไทยอีกหรือว่า นี่เป็นเวลาของการปฏิรูป  แหวกม่านประเพณีซ้ำซากเก่าแก่

     ผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลือกใครและพรรคไหนเข้าไปทำหน้าที่บริหาร อำนาจรัฐ และกำกับดูแล ออกกฎหมายในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ  แต่ผมเชื่อมั่นว่า หากจะปฏิรูปประเทศไทยล่ะก็ เราต้องปฏิรูปที่ความคิดของตัวเองก่อน และการติดอาวุธทางปัญญาคือตัวแปรหลักที่สำคัญ..ขอรับ

     ไม่ต้องถึงกับต้องลอกเลียนแบบโครงสร้างการปฏิรูปอำนาจท้องถิ่นที่คณะกรรมการ ปฏิรูปพยายามผลักดันหรอกครับ  เอาแค่มองหาพรรคที่เขียนนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินให้เป็นจริง เป็นจังในทางปฏิบัติ  ผมว่าน่าสนใจกว่ากันเยอะเลย เพราะสังคมในวันข้างหน้านั้น ที่ดินทำกินเป็นคำตอบของปัญหาความเหลื่อมล้ำ   ในขณะที่ทุกรัฐบาลบรรจุไว้เป็นนโยบาย แต่ไม่เคยดำเนินการสักที..พับเผื่อย

 

นายใฝ่ฝัน  ปฏิรูป


สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
You are here ปฏิรูปฯในสื่อต่างๆ
ยืมเงิน