Content

การเดินเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท จำเป็นต้องมีกระแสไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนพลังงาน ซึ่งกระบวนการผลิตที่ดีนั้น จำเป็นต้องมีเครื่องจักรที่มีความสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐาน และตรงตามเวลาที่ลูกค้ากำหนด โดยมีระบบไฟฟ้าโรงงานเป็นพลังงานที่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เพราะต้องยอมรับว่าระบบไฟฟ้าของโรงงานนั้น มีความสำคัญเป็นอันมาก หากระบบไฟฟ้าโรงงานมีปัญหาเกิดขัดข้องเสียหาย จะทำให้เกิดการผิดพลาดในระบบและมีอันตรายมาก และจะส่งผลอย่างรวดเร็วต่อการผลิตชิ้นงาน ชีวิต และทรัพย์สินภายในโรงงาน อีกทั้งคุณภาพไฟฟ้าโรงงานยังส่งผลต่อการประหยัดพลังงานที่เป็นต้นทุน เนื่องจากเกิดการรั่วไหลของไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต ทำให้ต้นทุนต่ำลง และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการช่วยประเทศชาติลดใช้พลังงานไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

ปัญหาที่พบได้บ่อยในระบบไฟฟ้าโรงงาน

  1. ผู้ใช้ไฟฟ้ายังขาดความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าโรงงาน และยังมองข้ามความปลอดภัย และความสำคัญของผู้ดูแลระบบไฟฟ้าโรงงาน
  2. ขาดความรู้ความเข้าใจในการวางแปลน หรือผังระบบไฟฟ้าโรงงาน และอาจจะมีการต่อเติมระบบไฟฟ้าใหม่อย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
  3. นำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีมาตรฐานมาใช้ในโรงงาน เพียงเน้นราคาถูก แต่ไม่เน้นคุณภาพ
  4. ขาดช่างเทคนิคไฟฟ้าที่มีความสามารถเพื่อดูแลระบบไฟฟ้าโรงงาน
  5. ขาดการอำนวยการประสานงานที่ดีของพนักงานในโรงงาน ระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง ทำให้เข้าใจผิดในการสั่งงาน และการทำงาน อาจทำให้เกิดอันตรายได้
  6. ไม่สนใจ และขาดความเอาใจใส่ โดยไม่ให้ความสำคัญ กับการตรวจสอบระบบไฟฟ้าโรงงานและการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโรงงานประจำปี

วิธีป้องกันการเกิดปัญหาในระบบไฟฟ้าโรงงาน

  1. พนักงานที่ดูแลรับผิดชอบระบบไฟฟ้าโรงงานจะต้องศึกษาหาความรู้ ทำความเข้าใจในระบบไฟฟ้าดรงงาน และแปลนระบบไฟฟ้าโรงงานได้เป็นอย่างดี
  2. ในโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท จะต้องมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าโรงงาน และการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโรงงานประจำปีทุก ๆ ปี
  3. ควรมีการประสาน งานระหว่างพนักงานฝ่ายผลิต และพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุงไฟฟ้าในการทำงานให้ชัดเจน
  4. ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และให้เน้นคุณภาพมากกว่าเงินที่ต้องจ่ายในการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า
  5. ต้องคัดสรรช่างเทคนิคไฟฟ้าประจำโรงงาน ที่มีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญ เพื่อดูแลตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน หรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในเบื้องต้นได้ ก่อนที่จะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับระบบงานไฟฟ้าโรงงาน

  1. ขนาดของโรงงาน และกำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
  2. พลังงานไฟฟ้าที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน
  3. ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้ในโรงงาน ทั้งในกระบวนการผลิต และอื่น ๆ
  4. ปัจจัย และเงินทุนในการจัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงาน

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาระสำคัญในการใช้งานทั้งกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ และวิธีการควบคุมการใช้ไฟฟ้าภายในโรงงานได้เป็นอย่างดี หากผู้ผลิต หรือพนักงานในโรงงานได้ปฏิบัติตามอย่างดีและต่อเนื่องเชื่อว่าเหตุร้ายที่จะเกิดจากระบบไฟฟ้าคงเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยยกเว้นอุบัติเหตุจากสาเหตุอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

อนึ่งต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าไฟฟ้านั้นมีคุณอนันต์ และมีโทษมหันต์ ดังนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าต้องระวังอย่างที่สุดโดยเฉพาะไฟฟ้าที่มีกำลังส่งที่มหาศาลอย่างไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ถ้าไม่รู้หรือไม่มีความชำนาญควรหลีกทางให้ผู้รู้เป็นผู้ปฏิบัติจะดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของโรงงานถ้ามีพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแต่ยังไม่มีความชำนาญจำเป็นต้องให้การศึกษาและเรียนรู้แก่พนังงานเหล่านั้นให้ดี ทั้งนี้เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ และถูกต้องในการทำงาน และควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพของระบบไฟฟ้าประจำปีในทุก ๆ ปีด้วยทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินนั่นเอง

ที่มา:

 

 

ความรู้นี้มีประโยชน์กับคุณหรือไม่?

threformer

Leave a Reply